![ค่ายรถญี่ปุ่นรายแรก! Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์สันดาป 01]()
Nissan (นิสสัน) ตกเป็นข่าวว่าจะยุติการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปอย่างเป็นทางการ ทำให้พวกเขาจะเป็นบริษัทรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายแรกที่มุ่งสู่การสร้างรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว
ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นเพิ่งเปิดตัวรถเครื่องยนต์สันดาปที่น่าสนใจหลายรุ่น อย่าง Frontier, Pathfinder และรถสปอร์ต Z แต่ดูเหมือนว่าหลังจากสิ้นสุดเจนเนอเรชั่นนี้เราจะไม่ได้เห็นรถเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว เพราะพวกเขากำลังวางแผนระยะยาวที่มีเป้าหมายสู่การเป็นบริษัทรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่างเต็มตัว
สำนักข่าว Nikkei รายงานโดยไม่ได้อ้างแหล่งข่าวว่า Nissan จะยังคงมีการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์สันดาป “อย่างจำกัด” เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น สาเหตุสำคัญคือการรักษาฐานที่มั่นในตลาดรถกระบะ แต่ในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก พวกเขาจะหันไปโฟกัสที่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเดียว
![ค่ายรถญี่ปุ่นรายแรก! Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์สันดาป 01]()
ความเคลื่อนไหวของ Nissan ถึงแม้จะถูกมองว่าเป็น "เจ้าแรก" เมื่อเทียบกับค่ายรถจากแดนอาทิตย์อุทัยด้วยกัน แต่หากมองในระดับโลก หลายค่ายจากตะวันตกล้วนมุ่งไปในเส้นทางเดียวกันที่มุ่งสู่รถอีวี ทั้ง Ford, General Motors และกลุ่ม Stellantis
รายงานข่าวระบุว่าตลาดสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ Nissan ด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านคันต่อปีและพวกเขาตระหนักดีว่าลูกค้ารถกระบะนั้นเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนใจจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าได้ยากที่สุด ดังนั้นจึงต้องการนำเสนอรถกระบะแบบดั้งเดิมต่อไป
ไม่พัฒนาใหม่แต่ปรับปรุงของเดิม
Nikkei รายงานว่า Nissan จะยังเดินหน้าพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฮบริดสำหรับตลาดโลกต่อไป โดยมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และระบบ e-Power ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในการปั่นกำลังไฟฟ้าป้อนเข้าสู่แบตเตอรี่และมอเตอร์
สำหรับเครื่องยนต์สันดาปที่มีอยู่เดิม Nissan จะเน้นปรับปรุงอัพเดทให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่องแต่จะไม่มีการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่แล้ว
![ค่ายรถญี่ปุ่นรายแรก! Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์สันดาป 02]()
ขณะเดียวกัน Nissan ไม่มีแผนการปรับลดจำนวนพนักงานในสายการพัฒนาและผลิตเครื่องยนต์ แต่จะโอนย้ายไปทำงานในฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแทน
มีรายงานว่า สาเหตุสำคัญที่ Nissan เร่งเดินหน้าแผนการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเพราะกฎข้อบังคับด้านมลพิษไอเสียที่มีความเข้มงวดมากขึ้นอย่างมาตรฐาน Euro 7 โดยมีการปรับเปลี่ยนเงินลงทุน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐที่เคยจะใช้กับการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าแทน
อย่างไรก็ตาม Nissan ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับข่าวนี้ “นโยบายของเราคือการละเว้นแสดงความเห็นต่อรายงานข่าวที่เป็นการคาดเดา”