รถยนต์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต การนำรถไปเข้าคาร์แคร์นั้นเป็นเรื่องที่ดี รวมถึงการไปทำสปาสีรถให้รถดูเงาตลอดเวลา
แต่จะมีสักกี่ครั้งที่คุณจะทำความสะอาดพวงมาลัยรถ?
รถยนต์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต การนำรถไปเข้าคาร์แคร์นั้นเป็นเรื่องที่ดี รวมถึงการไปทำสปาสีรถให้รถดูเงาตลอดเวลา
แต่จะมีสักกี่ครั้งที่คุณจะทำความสะอาดพวงมาลัยรถ?
พวงมาลัยรถยนต์ ถือเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่เราจับต้องมากที่สุด เพื่อใช้ในการควบคุมรถหรือในการวางมือ ฉะนั้นควรจะได้รับการทำความสะอาดบ้าง เนื่องจากพวงมาลัยรถยนต์นั้น มีความสกปรกกว่าห้องน้ำสาธารณะถึง 4 เท่า
จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า แม้ส่วนที่สกปรกที่สุดของรถยนต์ จะเป็นพรมวางเท้า และแป้นคันเร่ง-เบรก พวงมาลัยก็ตามมาติด ๆ ด้วย 629 CFU (Colony-Forming Units) เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มือของเราสัมผัสมากกว่า
CFU เป็นหน่วยที่ได้จากวิธีตรวจนับปริมาณจุลินทรีย์ (microbial population count) เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ หรือ รา ที่มีชีวิต โดยเจริญและแบ่งตัวจนเป็นกลุ่มเรียกว่า โคโลนี (colony) ซึ่งมองเห็นได้ด้วยตา
นักวิจัยจะทำการ Swab พื้นผิว แล้วเพาะเลี้ยงแบคทีเรียเพื่อวัดปริมาณแบคทีเรียและเซลล์เชื้อราที่เก็บจากพื้นผิวตัวอย่าง
หากจะเทียบว่าสกปรกแค่ไหน ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน มีการทดลองออกมาว่า โทรศัพท์มือถือของคนเรานั้น มีค่า CFU อยู่ที่ 100 หรือเทียบเท่ากับชักโครกในบ้าน
ชักโครกสาธารณะแบบตามปั้มน้ำมันหรือในห้าง มีค่าแบคทีเรียอยู่ที่ 172 CFU ในขณะที่ปุ่มกดลิฟท์มี 313 CFU สำหรับพวงมาลัยรถยนต์ที่มี 629 CFU ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ทำให้มีแบคทีเรียมากกว่าชักโครกถึง 4 เท่า และมากกว่าปุ่มกดลิฟท์ 2 เท่า
แม้ว่าส่วนอื่น ๆ ของรถยนต์จะไม่สกปรกมากเท่า แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า ที่วางแก้วนั้นสามารถวัดได้ 506 CFU ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงเพราะว่าเป็นพื้นที่ที่คนเรามักจะวางของกินไว้ จึงอาจทำให้มีฝุ่นหรือแบคทีเรียปนเปื้อน
อ่านเพิ่มเติม กระจกเป็นฝ้าเกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ไขและป้องกันง่าย ๆ ไม่บังทางในหน้าฝน
ในส่วนของเข็มขัดนิรภัยก็ถือว่าน่าแปลกใจ เนื่องจากวัดได้ 403 CFU มากกว่ามือจับประตู 256 CFU หัวเกียร์อยู่ที่ 115 CFU และปุ่มปรับเสียง 99 CFU
อุปกรณ์ในรถยนต์เหล่านี้ เป็นส่วนที่จะถูกสัมผัสมากที่สุด เมื่อการระบาดของ Covid-19 เริ่มขึ้นในปีที่แล้ว มีการแนะนำให้ล้างจุดสัมผัสเหล่านี้บ่อย ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอนุภาคไวรัส Covid-19 จะไม่เกาะติดกับพื้นที่เหล่านี้ และติดเชื้อคุณหรือผู้ขับขี่คนอื่น ๆ ในเวลาต่อมา
ในงานวิจัยเดียวกันพบว่า จากผู้ร่วมทำแบบสอบถาม 1,000 รายในสหรัฐ มี 32% ยอมรับว่าพวกเขานั้นทำความสะอาดภายในรถยนต์เพียงปีละครั้งเท่านั้น ส่วน 12% กล่าวว่าไม่เคยทำความสะอาดเลย
ลองนึกดูเล่น ๆ ว่า ในหนึ่งวันเราจับสิ่งของด้านนอกกันมากเพียงใด ทั้งลูกบิดประตู ปุ่มลิฟท์ หรือการไปซื้อของในห้างสรรพสินค้า แบคทีเรียที่อยู่ตามพื้นที่เหล่านี้ ก็จะไปติดอยู่ในรถของคุณด้วย
รวมถึงคนส่วนมากก็จะทานอาหารในรถด้วย เศษอาหารที่ตกค้างส่วนมากกก็จะกลายเป็นเชื้อราหากทิ้งไว้นานเกินไป
วิธีการทำความสะอาดภายในนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ใช้แอลกอฮอลล์ผสมน้ำฉีดใส่รถแล้วเช็ด หรือจะเข้าคาร์แคร์ไปดูดฝุ่นกันก็ได้เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม รวมวิธีดูแลรถหลังเจอน้ำท่วมควรทำอย่างไร? แล้วประกันจะรับเคลมหรือไม่?